บทความ

พ.อ.เทพ กรานเลิศ นายสนามมวยเวทีลุมพินี ลำดับที่ 2

พ.อ.เทพ กรานเลิศ นายสนามมวยเวทีลุมพินี  ลำดับที่ 2 ก.ค. 2504 – ต.ค. 2504 พ.ท.เอิบ แสงฤทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายสนามมวยเวทีลุมพินีมาจนถึงกลายปี 2504 ในช่วงที่พลตรีกฤษณ์ สีวะรา เป็นผล.พล.1 รอ.ซึ่งต้องเป็นประธานกรรมการสนามมวยเวทีลุมพินีด้วยโดยตำแหน่ง เมื่อ พลตรี ประยูร หนุนภักดี ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.1รอ. สืบแทนก็เป็นเวลาที่ พ.ท.เอิบ แสงฤทธิ์ มีอาวุโส พอที่จะขึ้นครองยศพันเอกได้แล้ว แต่ใน พล.1รอ.ไม่มีตำแหน่งว่าง พ.ท.เอิบ จึงถูกย้ายไปเอายศพันเอกที่กรมสวัสดิการทหารบกเป็นอันต้องหลุดจากตำแหน่งนายสนามมวยเวทีลุมพินีไป รวมทั้งคณะกรรมการบริหารชุดเดิม (ยกเว้นกรรมการผ่ายเทคนิค) ด้วยตามระเบียบ และในเดือนกรกฎาคม (2504) นั่นเอง พลตรีประยูร หนุนภักดีในฐานะประธานสนามมวยเวทีลุมพินีก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้พันเอก เทพ กรานเลิศ เสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์เป็นนายสนามคนใหม่ประกอบด้วยทีมงานในตำแหน่งสำคัญๆ คือพันเอกเฉลิม คำรพวงศ์, พันโท เสนาะสัมมาวาจ, นายชัยยุทร ยนตรกิจ, นายฉลาด วงศ์ชีพ, นายสุชาติ อุมานนท์ เป็นผู้จัดรายการ (เมตช์เมกเกอร์) ส่วนพันเอก เอิล แสงฤทธิ์ นายสนามคนเก่านั้นถูกยกให้เป็นที่ป...

สายเพชร ยนตรกิจ (ข้อมูลจาก ข่าวสด)

สายเพชร ยนตรกิจ มังกรร้ายโผวเล้ง ฉายาชาวยุทธ์สว่าง สวางควัฒน์ฉายานี้ออกจะยาวกว่าฉายาอื่นๆ ที่เคยเสนอมาแล้ว แต่ก็ฮิตชนิดที่ หา กเอ่ยขึ้นมาเมื่อใด ใครๆในวงการมวยก็รู้ทันทีว่าหมายถึงเขาคนเดียว-สายเพชร ยนตรกิจ กุมารจีน ผู้กรำศึกบนสังเวียนมาอย่างโชกโชน จนได้เป็นแชมป์เฟเธอร์เวต เวทีราชดำเนินอยู่สมัยหนึ่งสายเพชร หรือ ช่อหั่ง แซ่ไหล เป็นลูกคนจีนแท้ๆ เกิดที่เมืองโผวเล้ง เมื่อปี 2475 พออายุ 12 ปี แม่ก็พาลงเรือสำเภาอพยพมาเมืองไทยโดยไปอาศัยอยู่กับญาติที่จังหวัดเพชรบุรี ตี๋หั่ง สนใจเรื่องการชกต่อยมาแต่เด็กๆ เริ่มหัดมวยครั้งแรกจากครูณรงค์ ฉายะสนธิ หัวหน้าคณะ สายเพชร หัดอยู่ครึ่งปีจึงใช้ชื่อว่า สุดใจ สายเพชร ขึ้นชกเวที งาน วัดครั้งแรก เสมอ อำนาจ นฤภัย อีกวันก็เตะสุธา นฤภัย สยบยกสาม แต่ อาม้า รู้เรื่องเข้าก็สั่งห้ามชกมวยเด็ดขาด ไอ้ตี๋หั่งจึงต้องพักเรื่องชกมวยไปเป็นปีต่อมาครอบครัวอพยพมาอยู่กรุงเทพฯ แถวรองเมือง ตี๋หั่งยึดอาชีพเป็นช่างทาสี ได้รู้จักนักมวยค่าย ยนตรกิจ คนหนึ่งความที่สนใจเรื่องมวยมาตลอดจึงขอร้องให้พาไปฝากกับเตี่ยตังกี้ เจ้าสำนัก ยนตรกิจ อันมีชื่อเสียง และเตี่ยก็ รับ ไว้เป็นศิษย์ ฝึกฝนจนพอ...

ประวัติมวยไทย ตอนที่3

คนไทยเป็นชาติเล็กๆจึงถูกจีนซึ่งเป็นประเทศใหญ่รังแกเสมอๆเพราะจีนถือว่าเป็นชาติใหญ่มีความเจริญมาก่อน ประกอบลักษณะของจีนสมัยโบราณ รูปร่างใหญ่แข็งแรงดุดัน เสียงดังดุจฟ้าร้อง กิริยาเหมือนม้าควบ เป็นที่น่ากลัวและน่าเกรงขามยิ่งนัก ส่วนคนไทยไม่มีคำกล่าวสรรเสริญไว้ให้ใครเกรง นอกจากบทประพันธ์ประกาศปฏิญาณตนทำนองบอกกล่าวจิตใจของชายชาตรีไว้ ดังนี้                                                 “ตัวกูชายชาติเชื้อ         ชาวไทย                                     ถึงเล็กแต่หัวใจ                 ...

จัดอันดับนักมวย สนามมวยลุมพินี

นอกจากการจัดมวยรอบตามแผนสร้างดาวรุ่งที่ได้ตัวผู้ชนะเลิศในแต่ละรุ่นเช่น รอบจ้าวอากาศ-สายฟ้า ลูกชาวเหนือ, รอบจ้าวสมุทร-เขียวหวาน ยนตรกิจ, รอบจ้าวแผ่นดิน-อดุลย์ ศรีโสธร และรอบจ้าวปฐพี-แดนชัย ยนตรกิจ เป็นต้นแล้วก็มีการจัดอันดับนักมวยทั้งไทยและสากลเพื่อพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากลควบคู่กันไปด้วย โดยคัดเลือกคณะกรรมการจัดอันดับขึ้น   ชุดแรกมีนายแพทย์สุประเกตุ จารุดุล เป็นประธานประกอบด้วยผู้สันทัดกรณีทั้งหัวหน้าคณะมวยและสื่อมวลชนร่วมกันเป็นกรรมการ ในช่วงแรกนั้นทางสนามมวยยังไม่มีห้องประชุมเป็นของตนเองจึงได้ขออาศัยห้องประชุมกองพลที่ 1 เป็นที่ประชุมในระยะแรกนั้น การจัดอันดับนักมวยได้ปฏิบัติตามหลักสากล คือจัดเพียง 6 รุ่นทั้งมวยไทย-มายสากล ซึ่งเมื่อมีการชิงแชมเปี้ยนขึ้นตามระเบียบในเวลาต่อมาจึงปรากฏตำนายแชมเปี้ยนคนแรกแต่ะละรุ่นของสนามมวยเวทีลุมพินีดังต่อไปนี้ มวยไทย รุ่นฟลายเวต (122 ปอนด์) พรชัย รัตนสิทธิ์โดยชนะอดุลย์ ศรีโสธร รุ่นแบนตั้มเวต (118 ปอนด์) ประเสริฐชัย เทิดเกียรติพิทักษ์ โดยชนะ ศักดิ์น้อย เจริญเมือง รุ่นเฟเธอร์เวต (126 ปอนด์) ศักดา ยนตรกิจ โดยชนะอิศรศักดิ์ พันท้ายนรสิงห์ รุ่นไลด์เวต (13...

จุดเริ่มต้นการจัดอันดับ 2 (สนามมวยราชดำเนิน)

รูปภาพ
ทำเนียบแชมเปี้ยนมวนสากลชุดแรก จากนั้น คณะกรรมการฯได้ดำเนินการจัดอันดับและจัดชิงแชมเปี้ยน หรือ “ผู้ชนะเลิศ” มวยสากล 5 รุ่นในวาระและโอกาสต่างๆ กันเป็นผลสำเร็จในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2490 – 2491 ตามลำดับโดยมีตำแหน่งรองแชมเปี้ยนเพียงรุ่นละ 3 อันดับดังนี้ คือ... น้ำหนัก 112 ปอนด์ หรือเทียบเท่า 8 สะโตน ผู้ชนะเลิศ ประสงค์ ธำรงเกียรติ รุ่นฟลายเวต แสง จอมทอง ธนู ศรีกำพุช จิตร ศิษย์ผล รุ่นแบนตั้มเวต น้ำหนัก 118 ปอนด์ หรือเทียบเท่า 8 สะโตน 6 ปอนด์ ผู้ชนะเลิศ ชาย ศิษย์ผล วัลลภ ยนตรกิจ เล็ก ชมศรีเมฆ จะเด็ด เลือดชนบท รุ่นเฟเธอร์เวต น้ำหนัก 126 ปอนด์ หรือเทียบเท่า 9 สะโตน ผู้ชนะเลิศ ประสิทธิ์ ส.ส. เจริญ พงษ์ไทย นิคม คล่องผจญ เสริม ศรประเสริฐ รุ่นไลท์เวต น้ำหนัก 135 ปอน์ หรือเทียบเท่า 9 สโตน 9 ปอนด์ ผู้ชนะเลิศ ธวัช วงศ์เทเวศร์ สำราญ ศรแดง ประสิทธิ์ ส.ส. อุไร ชินนคร รุ่นเวลเตอร์เวต น้ำหนัก 147 ปอนด์ หรือเทียบเท่า 10 สะโตน 7 ปอนด์ ผู้ชนะเลิศ เพิก สิงหพัลลภ ประเสริฐ ส.ส. ประสิทธิ์ ชมศรีเมฆ บุญมา เสนานันท์ อันดับมวยไทย ปี 2492 คณะกรรมการจัดอันดับ อันมี “นายฉัน...

จุดเริ่มต้นการจัดอันดับ 1 (สนามมวยราชดำเนิน)

หลังจากจัดมวยรอบชื่อสิงสาราสัตว์ต่างๆดังกล่าวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว นักขึ่นคนสำคัญ คือ “สมิงกะหร่อง” (ครูมาลัย ชูพินิจ) ได้เขียนบทความเชิงเสนอแนวคิดลงฝนนิตยสาร “กีฬา” ใจความว่า “ขณะนี้ทางสนามได้ดำเนินงานเป็นปึกแผ่นดีแล้ว น่าที่จะหานักมวยชนะเลิศประจำรุ่นและมีการจัดอันดับเป็นมาตรฐานตามแบบสากลเสียที...” บทความ “นำร่อง” ชิ้นนี้เอง ที่มีอิทธิพลส่งผลให้ “พระยาจินดารักษ์” หัวหน้าชุดทำงานเวทีราชดำเนินนำเรื่องไปเสนอ “นายเฉลิม เชี่ยวสกุล” ในฐานะประธานเวทีฯเพื่อขอรับนโยบาย ซึ่งก็ปรากฏว่าได้รับความเห็นชอบ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งเพื่อวางหลักเกณฑ์และดำเนินการตามที่เสนอ “คณะกรรมการจัดอันดับนักมวย” ชุดแรกในประวัติศาสตร์วงการมวยเมืองไทย ประกอบด้วย หลวงธุระกิตติวัณณาการ นายวงศ์ หิรัณยเลขา ม.จ.สุวิชากร วรวรรณ นายเจือ จักษุรักษ์ นายชิต อัมพวลิน จากนั้นได้ออกประกาศรับสมัครนักมวยที่ประสงค์จะเข้าอันดับรุ่นต่างๆ เฉพาะ “มวยไทย” ประเภทเดียวก่อน แต่ปรากฏว่ามีสมัครกันน้อยมากเพียงไม่กี่คน จำนวนไม่พอที่จะจัดวางตัวเข้าอันดับได้ ทั้งนี้ว่ากันว่า นอกจากการจัดอันดับนักมวยเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย แ...

ตำนานอันดับมวยของเวทีราชดำเนิน

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2488 เป็นวันสถาปนาสนามมวยเวทีราชดำเนินอย่างเป็นทางการ จากวันนั้น ถึงวันนี้ (23 ธันวาคม 2548) เวทีราชดำเนินมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ถ้าเป็นคนในอาชีพรับราชการก็ได้เวลาเกษียณพอดี   ในช่วงสอง-สามปีแรกที่เปิดดำเนินการนั้น เวทีราชดำเนินจัดการแข่งขันชกมวยเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น   การชั่งน้ำหนักตัวนักมวยยังใช้มาตรเดียวกับการชั่งน้ำหนักม้าแข่ง คือใช้พิกัดเป็นสะโน (1 สะโตนเท่ากับ 6.36 กก. หรือ 14 ปอนด์)   สำหรับการเฟ้นหาตัวนักมวยที่เก่งที่สุดนั้น ได้ใช้วิธีจัดตั้ง “มวยรอบ” ขึ้น โดยคัดเลือกนักมวยที่มีน้ำหนักตัวและระดับฝีมือใกล้เคียงกันมาชกชิงคะแนนในรอบเพื่อหาตัวคนที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คนมาชิงชนะเลิศ เรียกตามจำนวนและชื่อรอบรุ่นตามชื่อสิงสาราสัตว์ต่างๆ ที่ตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ   ผู้ชนะเลิศในแต่ละรอบจะได้รับมอบเข็มขัดสามารถหรือเสื้อสามารถเป็นรางวัลเกียรติยศเป็นกรรมสิทธิ์ถาวรตลอดไป   ผู้ได้ตำแหน่งชนะเลิศมวยรอบต่างๆ สมัยก่อน ได้รับการยอมรับ่าเป็นมวยชั้นแม่เหล็กจริงๆ จากภาพนี้ (ซ้ายไปชวา) ทองใบ ยนตรกิจ (รุ่น 4 เสือลายพาดกลอน) ศักดิ์ เทียมกำแ...